การอ่านบันเทิงคดี : ว่าด้วยเรื่ององค์ประกอบของวรรณกรรมบันเทิงคดี

ลบ แก้ไข

( เอกสารฉบับนี้

ปรับมาจากชิ้นงานที่ได้รับมอบหมายใน " วิชาการอ่าน "

ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ประจำภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๑ )

 

การอ่านบันเทิงคดี :

ว่าด้วยเรื่ององค์ประกอบของวรรณกรรมบันเทิงคดี

 

รหัสประจำตัวนักศึกษา ๔๙๐๑๑๐๓๘๒

 

ความหมายและองค์ประกอบของวรรณกรรม

 

วรรณกรรมตามรูปศัพท์ภาษาไทย หมายถึง งานเขียนโดยทั่วไป เพราะคำว่า “ วรรณ ” คนไทยนำมาใช้ในความหมายว่า หนังสือ ส่วนคำว่า “ กรรม ” นั้น คนไทยนำมาใช้ในความหมายว่า กระทำ เพราะฉะนั้น การกระทำใด ที่เกี่ยวกับหนังสือหรือเพื่อให้เกิดมีหนังสือขึ้นมาเป็นงานเขียน งานเขียนนั้นจัดว่าเป็นวรรณกรรม จึงอาจกล่าวได้ว่า งานเขียนทุกชนิด ทุกชิ้นที่สามารถสื่อสารได้ น่าจะนับเนื่องเป็นวรรณกรรม 

คำว่า “ วรรณกรรม ” มีปรากฏเป็นหลักฐานครั้งแรกในพระราชบัญญัติคุ้มครองศิลปะและวรรณกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๕ คำนี้ใกล้เคียงกับคำว่า “ วรรณคดี ” เพราะแปลมาจากคำ “ Literature ” เช่นเดียวกัน เช่น คำอธิบายวิธีการใช้กล้องถ่ายรูป การใช้เตารีดไฟฟ้า เสื้อเชิ้ต รวมทั้งใบปลิว หนังสือพิมพ์ นวนิยาย ก็ล้วนแล้วแต่เรียกว่า Literature ทั้งสิ้น วรรณกรรมที่แต่งดี ได้รับการยกย่องจากคนทั่วไป จึงจะเรียกว่า “ วรรณคดี ” คุณสมบัติที่ทำให้วรรณกรรมและวรรณคดีต่างกันก็คือ วรรณศิลป์หรือศิลปะแห่งการเรียบเรียง   

                โดยทั่วไปวรรณกรรมจะมี ๒ ประเภท คือ ประเภทที่ ๑ คือ วรรณกรรมประเภทร้อยแก้ว และ ประเภทที่ ๒ คือ วรรณกรรมประเภทร้อยกรอง ในหัวข้อนี้ จะกล่าวถึง วรรณกรรมร้อยแก้ว ประเภทบันเทิงคดี มักจะมีองค์ประกอบที่เหมือนกันจำนวน ๕ องค์ประกอบ คือ

๑.      แก่นเรื่อง

๒.     โครงเรื่อง

๓.     ตัวละคร

๔.     ฉากและบรรยากาศ

๕.     บทสนทนา กลวิธีที่เกี่ยวกับการดำเนินเรื่อง และมุมมอง

  

แก่นเรื่อง หรือ สารัตถะของเรื่อง

 

                แก่นเรื่อง หรือ สารัตถะของเรื่อง ( Theme ) คือ ทัศนะที่ผู้แต่งแสดงให้เห็นถึงธรรมดาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างของมนุษย์ เรียกว่า ชีวทัศน์ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงทัศนะที่ผู้แต่งมองดูความเป็นไปในโลกมนุษย์ หรือที่เรียกว่า ( โลกทัศน์ ) แล้วนำมาแสดงในวรรณคดีเพื่อเป็นการสื่อสารให้ผู้อ่านได้ประจักษ์ สารัตถะจึงเป็นจุดมุ่งหมายอันเป็นแก่นกลางของเรื่อง นักเขียนที่ดีย่อมแสดงโลกทัศน์หรือชีวิทัศน์ของตนอย่างแจ่มชัด จนผู้อ่านรับทราบได้ว่าอะไรเป็นความคิดสำคัญของบันเทิงคดีเรื่องนี้

                ในขณะที่ดำเนินเรื่องนั้น สารัตถะของเรื่องก็จะปรากฎขึ้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อยืนยันว่านั่นคือความมุ่งหมายที่ผู้แต่งมีเจตนาจะเปิดเผยถึงธรรมชาติของลักษณะชีวิตมนุษย์ วรรณคดีบางเรื่องอาจจะไม่มีสารัตถะก็ได้ ถ้าผู้แต่งประสงค์จะให้เป็นเรื่องสนุกขบขัน เพื่อให้เรื่องตื่นเต้นน่าสยองขวัญ หรือเพื่อให้เกิดความปรารถนาใคร่รู้เรื่องต่อไป แต่บันเทิงคดีที่มีสารัตถะนั้นจะต้องมีเจตจำนงแน่นอนของผู้แต่งเน้นให้เห็นวิถีทางของโลก และชีวิตของมนุษย์ตามนัยต่าง ๆ ขณะที่ดำเนินเรื่องไป ซึ่งเมื่อผู้อ่านได้อ่านจบแล้ว ก็จะบังเกิดความเข้าใจในเชิงสรุปได้ว่า มนุษย์ในโลกนี้เป็นเช่นนั้นเป็นเช่นนี้ตามธรรมชาติวิสัยของมนุษย์ดังที่ผู้แต่งได้ชี้ให้เห็น

 

การประเมินสารัตถะของบันเทิงคดี

 

๑.      สารัตถะนั้นมีลักษณะสมจริงต่อสภาพสังคมและของมนุษย์เพียงใด ทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจมนุษย์ และพฤติกรรมของมนุษย์ได้ลึกซึ้งเพียงใด

๒.     ผู้แต่งสามารถแสดงลักษณะอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ได้ชัดเจนแจ่มแจ้งหรือคลุมเครือ หรือให้ความเข้าใจยังไม่ชัดเจน ไม่เพียงพอ

๓.     สารัตถะนั้นเป็นไปในทางสร้างสรรค์ ส่งเสริมยกระดับจิตใจ หรือตระหนักในอุดมการณ์ของมนุษย์เพียงใด หรือช่วยให้บังเกิดความรู้ ความเข้าใจในชีวิตและโลกเพียงใด

 

โดยสรุปแล้วสารัตถะของบันเทิงคดี ก็คือลักษณะอันเป็นวิสัยธรรมดา ธรรมชาติของโลกและมนุษย์ที่ผู้แต่งมองเห็น และมุ่งหมายจะแสดงลักษณะนั้นออกมาให้ปรากฏแก่ผู้อ่าน สารัตถะของเรื่องจึงเป็น “ สาร ” ที่ผู้แต่งสื่อมายังผู้อ่าน แสดงให้เข้าใจว่าวิถีทางแห่งโลกเราหรือวิถีทางของมนุษย์เรานี้เป็นเช่นนี้แหละ

  

โครงเรื่อง

 

                โครงเรื่อง หมายถึง การลำดับเหตุการณ์ในเรื่อง เหตุการณ์เหล่านั้นต้องมีความต่อเนื่องรวมถึงบทบาททั้งหมดของตัวละครที่แสดงออกในเรื่อง เราเข้าใจบทบาทของตัวละครได้ ด้วยคำพูดครรลองความคิดของตัวละครนั้น ๆ การสนทนาความคิดของตัวละครอื่น ๆ ในเรื่อง และจากรูปร่างหน้าตาของตัวละครเอง ถ้ากล่าวอีกอย่างหนึ่ง การบ่งลักษณะนิสัยใจคอของตัวละครไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม เป็นส่วนสำคัญของโครงเรื่อง โครงเรื่องเกิดขึ้นได้เพราะตัวละคร โครงเรื่องกับตัวละครจึงแยกกันไม่ออก โครงเรื่องแสดงแนวคิดของเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจได้

                โครงเรื่องมีตัวละครบวกกับเหตุการณ์ โครงเรื่องจะต้องมีตอนต้น , ตอนกลาง และบทส่งท้ายในเรื่องสั้น ตอนต้นของโครงเรื่องคือการเปิดเรื่อง ตอนกลางประกอบด้วย การผูกปม บทส่งท้าย ก็คือผลหรือคำตอบของเรื่องนั้น หรือขั้นคลี่คลายปม

                การเปิดเรื่องในเรื่องสั้น คือส่วนของเรื่อง ที่แนะให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องที่จะดำเนินต่อไป การเปิดเรื่องอาจว่าด้วยความเป็นมาของตัวละคร สถานที่ และเวลาที่เหตุการณ์นั้น ๆ จะเกิดขึ้น บรรยากาศของเรื่องหรือน้ำเสียงของผู้ประพันธ์ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น สาเหตุของปัญหาหรือข้อขัดแย้งที่จะมีต่อไปในเรื่อง

                การผูกปม จุดหันเหหรือจุดเริ่มการคลี่คลายเมื่อเข้าในพื้นภูมิของเรื่องหรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่จำเป็นในตอนเปิดเรื่องแล้ว นักประพันธ์ได้ผูกปมปัญหาหรือสถานการณ์นาฏกรรมขึ้น ดังที่เกริ่นไว้ในตอนเปิดเรื่อง

                จุดคลายปม คือจุดสำคัญที่ทำให้เรื่องเริ่มคลี่คลายหรือหันเหไปจากสถานการณ์นาฏกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ จุดนี้มักอยู่ในระยะที่เรื่องกำลังดำเนินอยู่อย่างเข้มข้นอย่างยิ่ง นักประพันธ์อาจจะให้ความรุ่งโรจน์ในชีวิต , ความหายนะในชีวิต หรือ ในกรณีวรรณกรรมเรื่องที่ตัวเอกของเรื่องตั้งแต่ต้นเรื่องประสบแต่ความผิดหวัง ความล้มเหลว โชคร้าย เป็นที่เยาะหยัน ต่างก็เริ่มประสบความสำเร็จต่าง ๆ ในชีวิต จุดนี้เป็นจุดที่ให้ความหมายของเรื่อง หรือแนวคิดที่ผู้ประพันธ์ต้องการแสดงในเรื่องนั้นเริ่มกระจ่างขึ้น

                ในเรื่องที่เกี่ยวกับ จุดคลายปมนี้ นักวิจารณ์บางท่านอาจจะแบ่งจุดคลายปมเป็น ๒ ระยะ คือ

๑.      ระยะเริ่มการคลี่คลายตอนที่หนึ่ง

๒.     ระยะคลายปมที่สำคัญที่สุดอีกตอนหนึ่ง

                ทั้งนี้ เนื่องมาจากว่าทั้ง ๒ ระยะ บางครั้งก็เกิดในระยะเวลาเดียวกัน หรือเกิดในระยะที่มีเวลาใกล้เคียงกันมาก

                ขั้นขี่คลาย หมายถึง ตอนที่ปมหรือปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องคลี่คลายหรือเปิดเผยขึ้น หรือเป็นตอนให้คำตอบแก่ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตอนผูกปม

                โดยภาพรวมแล้ว โครงเรื่อง คือการผูกเรื่องที่เป็นการสร้างเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินเรื่อง โดยสร้างให้พฤติกรรมของตัวละคร และเหตุการณ์มีความต่อเนื่องกัน โดยบันเทิงคดีทุกเรื่องไม่จำเป็นจะต้องมีโครงเรื่องตามที่กล่าวมานี้ เนื่องจาก บันเทิงคดีบางเรื่องเป็นเรื่องที่แสดงอารมณ์ของตัวละครสำคัญเท่านั้น บางเรื่องก็เขียนให้ผู้อ่านรู้จักตัวละครเพียงตัวเดียวก็มี นักประพันธ์บางท่านไม่นิยมสร้างจุดคลายปม หรือเขียนตอนเรื่องคลี่คลาย ทั้งนี้ เพื่อทำให้เรื่องสมจริง หรือเสมือนกับความเป็นจริงในชีวิต บางทีปัญหาชีวิตก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่ผูกเงื่อนปมไว้แน่นหนา และบางทีก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาบางปัญหาไม่ได้ ต้องปล่อยไปเรื่อย ๆ หรือให้กาลเวลาเป็นผู้แก้ปัญหา

 

ตัวละคร

 

ตัวละคร หรือ Character คือบุคคลที่ผู้แต่งสมมุติขึ้นมาเพื่อให้กระทำพฤติกรรมในเรื่อง คือ ผู้มีบทบาทในเนื้อเรื่อง หรือเป็นผู้ทำให้เรื่องเคลื่อนไหวดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทาง ตัวละครตามนัยดังกล่าวนี้มิได้หมายถึงมนุษย์เท่านั้น หากแต่รวมถึงพวกพืช , สัตว์ และสิ่งของด้วย นักเขียนบางคนนิยมใช้สัตว์ ต้นไม้ ดอกไม้ ภาชนะ ฯลฯ เป็นตัวละคร มีความคิดและการกระทำอย่างคน เช่น ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช กำหนดให้ สุนัข เป็นตัวละครเอกในเรื่อง “ มอม ” มนัส จรรยงค์ กำหนดให้ วัวชน เป็นตัวละครเอกในเรื่อง “ ซาเก๊าะ ” ไมตรี ลิมปชาติ กำหนดให้ ต้นไม้ เป็นตัวละครเอกในเรื่อง “ ฉันคือต้นไม้ ” และ ราม ราชพฤกษ์ กำหนดให้ ก้อนหิน เป็นตัวละครเอกในเรื่อง “ ฉันคือหินผา เขาหาว่าฉันศักดิ์สิทธิ์ ” ส่วน อำนาจ เย็นสบาย กำหนดให้ พระเครื่อง เป็นตัวละครในเรื่อง “ ราคาของสินค้า ” ตัวละครจึงนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเรื่องบันเทิงคดีซึ่งจะขาดเสียมิได้ เพราถ้าปราศจากตัวละครหรือผู้กระทำพฤติกรรมแล้ว การดำเนินเรื่องก็คงจะไม่เกิดขึ้น ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครที่ควรศึกษาได้แก่

 

ประเภทของตัวละคร : แบ่งตามลักษณะของบทบาท

 

                การแบ่งประเภทของตัวละครไม่ควรแบ่งตามลักษณะที่ชอบเรียกกันว่า พระเอก , นางเอก หรือผู้ร้ายตัวโกง หากแต่ควรแบ่งตามลักษณะบทบาท และความสำคัญของตัวละครที่ปรากฏในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น

ตัวละครเอก ( principal or main character ) คือ ตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินเรื่อง หรือคือตัวละครที่เป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นตัวละครที่มีข้อขัดแย้ง ข้อขัดแย้งดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นภายในใจของตัวละครเอง หรือจะขัดแย้งกับตัวละครอื่นหรือขัดแย้งกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่น พลังธรรมชาติ หรือระบบสังคมก็ได้

ตัวละครประกอบ ( subordinate or minor character ) คือตัวละครที่มีบทบาทรองลงไปจากตัวละครเอก เป็นตัวละครที่ทำให้เรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวละครเอกเคลื่อนไหวไปสู่จุดหมายปลายทาง ตัวละครประกอบบางตัวอาจมีบทบาทเด่นพอ ๆ กับตัวละครเอกก็ได้ แต่มักจะเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับตัวละครเอก

 

ลักษณะนิสัยของตัวละคร

 

                การกำหนดลักษณะนิสัยของตัวละครนี้ นิยมทำกันอยู่ ๒ วิธี คือ

               

                วิธีที่ ๑ ตัวละครที่มีลักษณะไม่ซับซ้อน ( flat character ) คือตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นตัวแทนความคิด หรือคุณลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่น เป็นคนดุ ใจดี หรือซื่อสัตย์ เป็นต้น

                สำหรับตัวละครที่มีลักษณะไม่ซับซ้อนและยังมีลักษณะพิเศษประจำตัวจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น เป็นแม่เลี้ยงใจยักษ์ , ตำรวจใจดี หรือเป็นตัวละครที่ให้อารมณ์ขันในเรื่อง พล นิกร กิมหงวน ของ ป. อินทรปาลิต นั้นมีชื่อเฉพาะเรียกว่า Stock Character

                วิธีที่ ๒ ตัวละครที่มีลักษณะซับซ้อน ( round character ) คือตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีนิสัยคล้ายกับปุถุชนทั่วไป ตัวละครแบบนี้ ผู้แต่งมักจะไม่แนะนำโดยตรงว่ามีลักษณะนิสัยใจคออย่างไร ผู้อ่านจะต้องศึกษาจากส่วนประกอบอื่น ๆ เอาเอง เช่น ศึกษาจากคำพูด การกระทำ การปฏิบัติตัวต่อตัวละครอื่นแล้วนำมาตัดสินว่า ตัวละครนั้นเป็นคนเช่นไร มีนิสัยเปลี่ยนไปอย่างไร และเพราะเหตุใดเป็นต้น ตัวละครแบบนี้จึงมีลักษณะคล้ายบุคคลในชีวิตจริง และมีส่วนช่วยทำให้เรื่องบันเทิงคดีมีลักษณะสมจริงยิ่งขึ้นด้วย

 

บทบาทหรือบุคลิกภาพของตัวละคร

 

                การกำหนดบทบาทของตัวละครมีอยู่ ๒ วิธี คือ

 

                วิธีที่ ๑ ตัวละครที่มีบทบาทคงที่ ( Static Character ) คือตัวละครที่มีบุคลิกคงที่ตลอดเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนเปิดเรื่องมีลักษณะนิสัยอย่างไร ตอนจบเรื่องก็ยังคงมีลักษณะนิสัยอย่างนั้น เช่น แม่ช้อยในเรื่องสี่แผ่นดิน จะมีลักษณะเป็นตัวละครที่สร้างอารมณ์ขันให้แก่ผู้อ่านตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่อง เป็นต้น

                วิธีที่ ๒ ตัวละครที่มีบทบาทไม่คงที่ ( dynamic character ) คือตัวละครที่ปรับเปลี่ยนนิสัย บุคลิกลักษณะ และทัศนคติไปตามประสบการณ์หรือสภาพจิตใจได้เมื่อมีเหตุผลอันสมควร หรืออาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า สิ่งแวดล้อมเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้บุคลิกภาพของตัวละครเปลี่ยนแปรไป ตัวละครประเภทนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องสั้นประเภทเน้นตัวละคร เพราะนิสัยใจคอของตัวละครที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นจะช่วยสร้างโครงเรื่องไปด้วยในตัว เช่น บุคลิกของตัวละครเอกในเรื่องสั้นเรื่อง “ ความในใจของกระดูกจระเข้ ” ของ วัฒน์ วรรลยางกูร คือ “ ผม ” ที่เปลี่ยนความคิดและการกระทำจากคนที่เห็นแก่ตัวในตอนต้นเรื่องมาเป็นคนที่มีความคิดและการกระทำแบบคนที่เห็นแก่ส่วนรวม เป็นต้น

 

ฉากและบรรยากาศ

 

ฉาก

 

ฉาก ( setting ) หรือสภาพแวดล้อมของตัวละคร เป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเนื้อหา ฉากหรือสภาพแวดล้อมของตัวละครโดยจะเป็นสถานที่และบรรยากาศที่ให้ตัวละครโลดแล่นไปตามเรื่องราว ฉากอาจจะเป็นสถานที่จริง ๆ ที่มีอยู่ หรือไปดูไปสัมผัสได้ เช่น ฉากกรุงเทพมหานคร , ฉากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ฉากป่ากำแพงเพชร เป็นต้น หรือฉากที่เกิดจากจินตนาการของกวีผู้สร้างเรื่อง เช่น ฉากป่าหิมพานต์ , ฉากวิมานฉิมพลี , ฉากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นต้นนอกจากนี้ฉากมิได้มีความหมายเพียงสถานที่เท่านั้น หากแต่หมายรวมทั้งสถานที่ , เวลา และสภาพแวดล้อมทุกอย่างที่ปรากฏในเรื่องด้วย

 

บรรยากาศ

 

บรรยากาศ หรือ atmosphere นั้น อาจารย์ สายทิพย์ นุกูลกิจ ได้ให้ความหมายของคำว่า “ บรรยากาศ ” ในเชิงวรรณกรรม ว่า ทีท่าของผู้อ่านที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามแต่ผู้แต่งจะชักพาไป เช่น เศร้าหมอง , กราดเกรี้ยว , ขมขื่น , เยาะหยัน หรือขบขัน เป็นต้น ผู้แต่งอาจใช้เครื่องแต่งกายของตัวละคร สิ่งของเครื่องใช้ บทสนทนา ฉาก แสง สีและเสียง ฯลฯ เป็นเครื่องมือในการสื่อทีท่าและทัศนคติดังกล่าวนั้นมายังผู้อ่านได้ เช่น ในตอนที่ผู้แต่งต้องการให้ผู้อ่านได้ทราบความรู้สึกของตัวละครที่ยังไม่แน่ใจว่า ตนเองจะสมหวังหรือไม่นั้น ผู้แต่งอาจจะกำหนดฉากให้เป็นเวลาตอนเช้ามืด ฟ้าเริ่มจะสางซึ่งเป็นเวลาที่ตัวละครมองอะไรไม่เห็นชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่าบรรยากาศนี้มีสภาพเหมือนจิตใจของตัวละคร นอกจากนี้อาจใช้เสียงเป็นสัญลักษณ์ในการสื่อบรรยากาศได้เช่นกัน เช่น เสียงที่แหบแห้งสั่นเครือของตัวละคร หรือเสียงดนตรีที่โหยหวน ก็อาจจะสื่อภาวะอารมณ์ที่ว้าเหว่ของตัวละครได้ เป็นต้น แต่การที่ผู้อ่านจะทราบทีท่าหรือเกิดทัศนคติตามผู้แต่งได้นั้น ผู้อ่านจำเป็นต้องอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผู้เขียนจงใจสื่อมาให้ผู้อ่านอย่างละเอียด ทั้งนี้ เพราะการอ่านอย่างละเอียดนั้น นอกจากจะมีส่วนช่วยให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ร่วมไปกับผู้แต่งและตัวละครตลอดจนเหตุการณ์ในเรื่องอีกด้วย

 

บทสนทนา

 

                บทสนทนา หรือ dialogue คือคำพูดของตัวละครที่ใช้โต้ตอบกันในเรื่อง บทสนทนานับเป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่องบันเทิงคดีได้ประการหนึ่ง เพราะช่วยให้ผู้อ่านได้ทราบถึงแนวคิดของผู้แต่ง ทราบถึงบุคลิกลักษณะของตัวละคร ข้อขัดแย้งระหว่างตัวละคร ภูมิหลังและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ โดยผู้แต่งไม่ต้องบรรยายหรือพรรณนาความให้ยืดยาว นอกจากนี้ยังทำให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินไปพร้อมกันด้วย อาจสรุปวัตถุประสงค์ของการเขียนบทสนทนาได้ดังนี้

๑.      เพื่อช่วยดำเนินเรื่องแทนการบรรยายของผู้แต่ง

๒.     เพื่อช่วยให้รู้จักตัวละครในเรื่อง ทั้งรูปร่างลักษณะหน้าตาและนิสัยใจคอ โดยผู้แต่งไม่ต้องชี้แจงตรง ๆ

๓.     เพื่อช่วยให้มีวิธีการไม่ซ้ำซาก คือใช้การบรรยายบ้าง ใช้การสนทนาบ้าง

๔.     เพื่อสร้างความสมจริง คำพูดที่สมมติว่าเป็นถ้อยคำจริง ๆ ของตัวละครทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับความเป็นจริงมากกว่าคำบรรยายของผู้แต่ง

๕.     เพื่อทำให้บทประพันธ์น่าอ่าน น่าสนใจและมีชีวิตชีวาขึ้น โดยเฉพาะบทสนทนาที่คมคาย มีอารมณ์ขัน หรือพูดได้ถูกต้องตามฐานะของตัวละคร และสมกับบทบาทในตอนนั้น ๆ

 

ลักษณะของบทสนทนาที่ดี

 

ลักษณะที่ ๑ มีความสมจริง หมายถึง ถ้อยคำที่ตัวละครใช้พูดโต้ตอบกันควรมีลักษณะเป็นธรรมชาติคล้ายคลึงกับที่บุคคลในชีวิตจริง ๆ พูดคุยกันนอกจากนี้ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย กล่าวคือ “คำพูดของตัวละครในเรื่อง ต้องเป็นคำพูดที่เหมาะสมแก่ฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาของตัวละครนั้น ๆ” กล่าวรวมคือ เป็นคำพูดที่เหมาะสมแก่สภาพแวดล้อมของตัวละคร และหากตัวละครเป็นคนท้องถิ่น ผู้แต่งมักจะใช้บทสนทนาเป็นภาษาถิ่นเพื่อให้บทสนทนาช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น

ลักษณะที่ ๒ มีประโยชน์ หมายถึง คำพูดของตัวละครทุกคำ ควรจะมีประโยชน์ทั้งต่อผู้เขียนและผู้อ่านด้วย เช่น ประการที่หนึ่ง ควรเป็นเครื่องมืออันสำคัญที่ผู้เขียนจะใช้เป็นสื่อสำหรับส่งความคิดหรือคติธรรมของตนไปยังผู้อ่านด้วยการผ่านทัศนะของตัวละคร ประการที่สอง ช่วยสร้างบรรยากาศของเรื่องให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น และทำให้ผู้อ่านไม่เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะบทสนทนาที่ดีจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนได้แอบฟังผู้อื่น ( ตัวละคร ) คุยกัน ปรับทุกข์กัน หรือแสดงความเห็นอกเห็นใจกัน อันเป็นการสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ที่มีนิสัยชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นตามหลักจิตวิทยา ประการที่สาม ช่วยแสดงให้เห็นถึงอุปนิสัยของตัวละครได้เด่นชัดขึ้น และประการสุดท้าย ช่วยดำเนินเรื่อง กล่าวคือ บทสนทนาของตัวละครนั้นบางครั้งจะช่วยขยายเรื่องให้คืบหน้าไป โดยผู้แต่งไม่ต้องเขียนคำอธิบายยาว ๆ

 

 





โดย จุ๊บ จุ๊บ ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 29 ต.ค. 51 13:14 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 46,904 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 46,904 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

คำฮิต
โรงเรียน7 วิชาสามัญ , enn gat pat 57 , open house ,Asean , twitter , เด็ก กยศ , กสพท , เกมคณิตศาสตร์ , เกมคิดเลข , อาเซียน , เกมส์คิดเลข , ขยายเวลา , ข่าวการศึกษาต่างประเทศ , ม.ต้น ,ข่าวอาเซียน , ค้นหาตัวเอง , ค่าย , คำขวัญวันเด็ก , เคล็ดลับเรียนเก่ง , ของเล่นเคลียริ่งเฮ้าส์ , โควตา , จุฬาฯ , วันสันติภาพไทยทุนการศึกษา , แท๊บเล็ต , เทศกาลกินเจ , คาถาชินบัญชร ประชาคมอาเซียน , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต , ประวัติวันแม่ , เฟสบุ๊ค , ม.ทักษิณ , อาเซียน 10 ประเทศ , ม.รังสิต 57 , มมส 57 มศว. , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มหาวิทยาลัยพะเยา , รับตรง เกษตรศาสตร์ 57 , รับตรง มข 57 , ประกาศผลสอบ Admissions 57 ประถมศึกษารับตรงศิลปากร , เรียนต่อ , เรียนฟรี , ลาดกระบังฯ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  เลื่อนเปิดเทอม ,อนุบาลวันตรุษจีน , สทศ , สมัคร clearing house , สอบตรง , อ.วิริยะ , เว็บโรงเรียนตัวอย่างงานวิจัย,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บสำเร็จรูป , เว็บหน่วยงาน , ทำเว็บฟรี , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , รายชื่อโรงเรียนทั่วประเทศ , โครงงานวิทยาศาสตร์ , สารสนเทศโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT  , วันช้างไทย , วันสตรีสากล ณเดชน์ , เครื่องบินตก , SocialFeed , วันสงกรานต์GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , Ice Bucket Challenge , บัตรสอบ , เอเชียศึกษา , ไวรัสอีโบลา , บันทึกความดี , แฟ้มสะสมผลงาน , วันจักรี , วันรพี , Portfolio , ประกาศผล GAT/PAT 57 , วันอาสาฬหบูชาสทศ.Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ , มุดพกความดี , วันแม่ , วันวิสาขบูชา , รับน้อง , เขียน Blog ที่ไหนดี ? ประกาศผลรับตรงโควตา ม.ศิลปากร ประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ , U-NET , ประกาศผลธรรมศาสตร์ , ประกาศผลจุฬา , ประกาศผลศิลปากร โควตา 28 จังหวัด , Variety , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , วันสุนทรภู่ , หย่า , วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ , วันปิยมหาราช

คำค้นหา
สอบตรง , อาเซียน , มหาวิทยาลัย ,โรงเรียน , ศึกษาต่อ , asean , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ , ประชาคมอาเซียน, ข่าวบันเทิง, คำราชาศัพท์, สพฐ, กยศ, ความรู้ ประถมศึกษา , ข่าวอาเซียน วิชาการ, portfolio แฟ้มผลงาน , ความรู้ มัธยมปลาย , โครงงานวิทย์ , ประวัติอาเซียน , ความรู้ , วิชาการ , อาจารย์วิริยะ , สาขาแห่งอนาคต , ดูหนัง หนังใหม่ ดูหนังออนไลน์ movie , เหรียญ 10ฟังเพลง เพลงใหม่ ฟังเพลงออนไลน์ เพลงฮิต , ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวี ดูทีวีออนไลน์ , ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงรายวัน , วันสันติภาพไทยรถยนต์มือสอง เครื่องเสียงรถยนต์ รถยนต์ , การ์ตูน รูปการ์ตูน ภาพการ์ตูน คลิปการ์ตูน , ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวไทยรัฐ , ทวิสเตอร์ twitter วิธีเล่น twitter , เฟสบุ๊ค facebook คือ facebook วิธีเล่น facebook , ร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงเทพ ร้านอาหารแนะนำ ร้านอาหารเกาหลี , การ์ตูน , ซุปซิป ดารา , ผลบอล, ข่าว IT, หาเพื่อน , ข่าว, AEC, รถ, แบบทดสอบ, รูปภาพ , เกมส์รถแข่ง, เกมส์แต่งตัว หนังสือพิมพ์ , ข่าวประชาสัมพันธ์, วาเลนไทน์ , wallpaper , wallpaper น่ารัก , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ประเมินโอกาสติดแอดมิชชัน , ภาพเคลื่อนไหว , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , เขียน Blog ที่ไหนดี? , แม่เหล็ก , เกมส์, สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย , Thailand Travel โหลดเพลง , งานราชการ , งาน , เกมส์จับคู่ Ice Bucket Challenge , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกมส์ปลูกผัก , เกมขุดทอง , อุ้มบุญเกมส์แข่งรถ , เกมส์ทำอาหาร , ประกาศผลสอบ Admissions 57 , เว็บไซต์โรงเรียน,ความคิดสร้างสรรค์ , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ , เก็งคะแนน Admission 57 ,  สารสนเทศ , วันวาเลนไทน์ , นิทาน , กสพท , วันศิลปินแห่งชาติ , รับตรง ม.เกษตร 57 , Varietyโทษของอินเตอร์เน็ต , GAT , PAT , วันแม่ , แฟ้มสะสมผลงาน , อุเทนถวาย , เครื่องบินตก , ประกาศผล O-NET ม.6 , โค้ชเช , วันสงกรานต์ , วันรพี , บัตรสอบ , GAT/PAT ครั้งที่ 2/2557 , เคลียริ่งเฮาส์เอเชียศึกษา , ไวรัสอีโบลา , อักษร ศิลปากร , วันโกหก , บันทึกความดี , Portfolioสมุดพกความดี , บริจาคโลหิตSocialFeed , โปรแกรมสร้างแฟ้มสะสมผลงาน , วันอาสาฬหบูชา , ประกาศผล GAT/PAT 57 , สทศ. , Admission 57 , วันภาษาไทยแห่งชาติ ,  , วันแม่แห่งชาติ , วันวิสาขบูชา , วันงดสูบบุหรี่โลก , ประกาศผลรับตรงโควตา 28 จังหวัด ม.ศิลปากรประกาศผลรับตรง ม.ธรรมศาสตร์ ,  U-NET , ประกาศผลจุฬา , กฏอัยการศึก , รัฐประหาร , วาไรตี้ , ประกาศผล , เลิกบุหรี่ , ยืนยันสิทธิ์ , เคลียริ่งเฮ้าส์ , วันสุนทรภู่ , หย่า , รับน้อง , วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติณเดชน์ , เทศกาลกินเจ , วันปิยมหาราช